พระศรีสัจจญาณเถร ท่านเจ้าคุณศรี (ประหยัด) วัดสุทัศน์เทพวราราม

808

สำหรับผู้ที่นิยมพระกริ่ง พระสายวัดสุทัศน์นั้นเป็นที่ปรารถนาของทุกๆ ท่าน โดยเฉพาะพระกริ่งพระชัยวัฒน์ของ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) อันดับรองลงมาก็คือ พระกริ่งพระชัยวัฒน์ของ ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) การสร้างพระกริ่งของสายวัดสุทัศน์ นอกจากนี้ก็ยังมีสืบต่อกันมาโดยตลอด ในวันนี้เราจะมาคุยกันถึงพระกริ่งของ ท่านเจ้าคุณศรี (ประหยัด) กัน ซึ่งพระกริ่งที่ท่านสร้างนั้น ก็ยอดเยี่ยมเช่นกันครับ เรามาศึกษาชีวประวัติของท่านและการสร้างพระเครื่องของท่านกันนะครับ

พระศรีสัจจญาณเถร (ประหยัด) ท่านมีนามเดิมว่า “ปราณี” มาเปลี่ยนเป็น “ประหยัด” ต่อภายหลัง โยมบิดาชื่อ หนุ่ย โยมมารดาชื่อ ชื่น เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2464 ณ บ้านตำบลสามย่าน อำเภอปทุมวัน กทม. เมื่อเยาว์ได้เรียนหนังสือจบชั้นมัธยม 3 และไม่ได้เรียนต่อ โยมยายของท่านได้พาท่านมาถวายไว้กับ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ ซึ่งตอนนั้นสมเด็จพระสังฆราชท่านดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระวันรัต และได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุได้ 16 ปี ใน วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2479 โดยมีสมเด็จพระสังฆราช (แพ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พำนักอยู่ที่คณะ 6 ได้ศึกษาพระธรรมวินัยจนสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี และได้ศึกษาทางด้านวิปัสสนาธุระ ท่านได้เห็นสมเด็จพระสังฆราชตอนดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระวันรัต ทรงสร้าง พระกริ่งพระชัยวัฒน์ หลายครั้งก็เกิดสนใจ ในที่สุดก็ขอเล่าเรียนวิชาเหล่านั้น

ต่อมาท่านก็ได้ออกธุดงค์และได้ศึกษา วิทยาคมจากพระเกจิอาจารย์หลายองค์ เช่น หลวงปู่ชื่น จังหวัดนครนายก หลวงปู่อินทร์ หลวงปู่จันทร์ จังหวัดลพบุรี หลวงปู่บัว หลวงปู่ชุ่ม หลวงปู่เขียน ท่านได้ศึกษาวิทยาคม อยู่ 6 ปี จึงได้กลับมาที่วัดสุทัศน์และเข้าไปสักการะพระศรีศากยมุนี พระตรีโลกเชษฐ์ และพระเศรษฐมุนี แล้วเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จฯท่านทรงดีพระทัยที่เห็นท่านกลับมา ได้ทรงถามเรื่องราวต่างๆ แล้วให้ท่าน อยู่จำพรรษาที่คณะ 6 ตามเดิม ตอนที่ท่านกลับมานั้นก็อายุได้ 22 ปี ท่านจึงอุปสมบท ณ พระอุโบสถวัดสุทัศน์ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2486 โดยมี สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ พระเทพปริยัติ (ดำ) วัดปทุมคงคา (สมัยที่ท่านยังอยู่ที่วัดสุทัศน์) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) ขณะนั้นดำรงสมณศักดิ์ที่พระมงคลราชมุนี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ได้รับฉายาว่า “ปัญญาธโร”

ในวันที่ท่านอุปสมบทนั้นเอง จึงได้เป็นที่รู้กันว่าท่านได้สร้างพระขึ้นตั้งแต่ยังเป็นเณร และเป็นพระที่ดีด้วย คือหลังจากที่ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้มีรับสั่งถามต่อหน้าพระสงฆ์ที่อยู่ในอุโบสถว่า “พระที่อยู่ในบาตรเป็นพระอะไร เป็นพระที่มีพุทธานุภาพสูงมาก” ท่านจึงเปิดบาตร และนำพระพิมพ์สามเหลี่ยมออกมาให้สมเด็จพระสังฆราชฯ ทอดพระเนตร และทูลว่า ท่านได้สร้างไว้เมื่อปีพ.ศ.2485 สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้มีรับสั่งว่า “เจ้าสร้างพระได้ดีมาก” พระสามเหลี่ยมที่ว่านี้ก็คือพระขาวของท่านเจ้าคุณศรี (ประหยัด) นั่นเอง

ต่อมาในปลายปีที่ท่านอุปสมบทนั่นเอง ท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นฐานานุกรม ในสมเด็จพระสังฆราชฯ ที่พระครูใบฎีกา และได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นตามลำดับ ปี พ.ศ.2500 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูภาวนาภิรัติ พ.ศ.2510 ได้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีสัจจามุนี พ.ศ.2517 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนา ที่พระศรีสัจจญาณเถร

ท่านเจ้าคุณศรี (ประหยัด) ท่านได้สร้างพระกริ่งไว้อยู่หลายครั้งเช่นกันคือ พระกริ่งรุ่นปี พ.ศ.2486 ที่รู้จักกันดีที่เป็นพระกริ่งฐานบัว 3 ชั้น พระกริ่งรุ่นปี พ.ศ.2496 พระกริ่งรุ่นปี พ.ศ.2511 และพระกริ่ง พ.ศ.2517 เป็นต้น

ท่านเจ้าคุณศรี (ประหยัด) ท่านมรณ ภาพด้วยอุปัทวเหตุทางเครื่องบิน เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2520 การมรณภาพของท่านดูจะเป็นที่วิจารณ์กันพอสมควร แต่มีข้อความที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ท่านได้เล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่า “ท่านเจ้าคุณศรีฯ ท่านทราบล่วงหน้าว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ท่านไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ ท่านจึงได้ทำสมาธิจิตเจริญภาวนาจนสามารถทอดดวงจิตลักษณะเป็นดวงสว่าง ออกจากเครื่องบินทิ้งไว้แต่ร่างเท่านั้น ขณะนี้ท่านไปยังสุทธาวาสแล้ว ท่านจะไม่มีการเกิดอีกต่อไป เจ้าคุณศรีฯท่านเก่งตั้งแต่ยังเป็นเณร”

ทำไมหลวงปู่โต๊ะท่านจึงเล่าเรื่องนี้ให้ลูกศิษย์ของท่านและศิษย์ของท่านเจ้าคุณศรีฯ ฟัง ก็ลองคิดดูเอานะครับ วัตถุมงคลของท่านเจ้าคุณศรี (ประหยัด) นั้น ในส่วนตัวผมเองคิดว่าน่าสนใจมากเนื่องจากสมเด็จพระสังฆราช (แพ) และหลวงปู่โต๊ะท่านยังกล่าวชม พระกริ่งของท่านก็ยังหาได้ไม่ยากนักครับ อีกทั้งสนนราคาก็ยังไม่สูง ลองศึกษากันดูนะครับ

ชมรมพระเครื่อง
แทน ท่าพระจันทร์