....Sponsored links....

ที่มาของการแสดงละครดึกดำบรรพ์

ที่มาของละครดึกดำบรรพ์ เป็นละครที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 กำเนิดขึ้น ณ บ้านเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ ( ม.ร.ว. หลาน กุญชร ) โดยแสดง ณ โรงละครของท่านที่ตั้งชื่อว่า “โรงละครดึกดำบรรพ์” เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ได้เดินทางไปยุโรปเมื่อปี พ.ศ. 2434 และมีโอกาสได้ชมละครโอเปร่า (Opera) ซึ่งท่านชื่นชมการแสดงมาก เมื่อกลับมาจึงคิดทำละครโอเปร่าให้เป็นแบบไทย จึงเล่าถวาย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าพระยานริศรานุวัดติวงศ์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าพระยานริศรานุวัดติวงศ์ก็โปรดเห็นว่าดี ในการสร้างละครดึกดำบรรพ์ครั้งนี้ นอกจากท่านจะเป็นผู้สร้างโรงละครดึกดำบรรพ์ สร้างเครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์การแสดงแล้ว ท่านยังได้รับความร่วมมือจากผู้ร่วมงานที่สำคัญ ได้แก่
- สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพระราชนิพนธ์บท และทรงเลือกสรรปรับปรุงทำนองเพลง ออกแบบฉาก และกำกับการแสดง
- หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ตาด ตาตะนันท์) เป็นผู้จัดทำนองเพลงควบคุมวงดนตรี และปี่พาทย์
- หม่อมเข็ม กุญชร ณ อยุธยา ภรรยาของเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ เป็นผู้ปรับปรุง ประดิษฐ์ท่ารำ และฝึกสอนให้เข้ากับบท และลำนำทำนองเพลง
ละครดึกดำบรรพ์ได้ออกแสดงครั้งแรกปี พ.ศ. 2442 เนื่องในโอกาสต้อนรับเจ้าชายเฮนรี่ พระอนุชาสมเด็จพระเจ้ากรุงรัสเซีย ซึ่งเป็นพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ละครดึกดำบรรพ์ได้รับความนิยมตลอดมา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2452 เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ เกิดอาการเจ็บป่วยถวายบังคมลาออกจากราชการ ทำให้ต้องเลิกการแสดงละครดึกดำบรรพ์ไป นับแต่เริ่มแสดงละครดึกดำบรรพ์จนเลิกการแสดงรวมระยะเวลา 10 ปี

ความหมายของละครดึกดำบรรพ์  ดึกดำบรรพ์ ตามพจนานุกรม จะแปลว่าลึกล้ำ นานมาแล้ว แต่ ละครดึกดำบรรพ์ กลับเป็นการแสดงละครสมัยใหม่ (สมัยใหม่ เมื่อกว่าร้อยปีที่ผ่านมา) ต้นกำเนิดของ ละครดึกดำบรรพ์ นั้น แต่เดิมเป็นเพียงชื่อ โรงละครของเจ้าพระยาเทเวศรวงศวิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) ซึ่งสร้างขึ้นในบ้านของท่าน โดยประสงค์จะใช้คำว่า ‘ดึกดำบรรพ์’ เป็นชื่อคณะละครของท่าน และมิให้เรียกว่า ละครเจ้าพระยาเทเวศร อย่างที่นิยมกันในสมัยนั้น การแสดงละครรำสมัยใหม่ ที่ถือกำเนิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้  จึงได้ชื่อดึกดำบรรพ์ติดไปด้วย ตามบันทึกจากพระนิพนธ์ใน สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เล่าถึงที่มาของ ละครดึกดำบรรพ์ไว้ว่า เมื่อแรกเริ่มเดิมทีนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง มีแขกเมืองสูงศักดิ์เข้ามาเฝ้าเสมอ พระองค์ท่าน ฯ จึงมีพระราชประสงค์ จะให้มีการเล่นสำหรับรับแขกเมือง อย่างที่ฝรั่งเล่นคอนเสิร์ต เวลานั้นเจ้าพระยาเทเวศร เป็นอธิบดีกรมมหรสพ และมีละครผู้หญิงของตนเองด้วย จึงช่วยกันกับสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ จัดให้มี คอนเสิร์ต ตามแบบฝรั่งขึ้น โดยให้มีคนร้องชายพวกหนึ่ง หญิงพวกหนึ่งนั่งบนเวที ประสานเสียงขับร้องเข้ากับเครื่องปี่พาทย์ ต่อมาสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศ ฯ ทรงปรับปรุงโดยคัดเอาเรื่องรามเกียรติ์และอิเหนา มาทำเป็นบทร้องลำนำเกิดเป็น คอนเสิร์ตเรื่อง” กล่าวคือมิใช่เพียงบทเพลง หากเป็นเรื่องเป็นราวเป็นตอน ๆ เช่น ตอนนางนารายณ์แปลง ปราบทุกข์ ความแตกต่าง ระหว่างละครคอนเสิร์ตที่ว่านี้ กับละครประเภทอื่น ๆ คือ ละครดึกดำบรรพ์ มักแสดงโดยหญิงล้วน เหมือนละครใน ต่างกันตรงที่ ไม่มีบทร้องดำเนินเรื่อง และตัวละครทั้งหมด จะต้องร้องบทพูดเอง  ดังนั้น สำหรับ นางละครดึกดำบรรพ์ นั้น
นอกจากร่ายรำงดงามแล้ว น้ำเสียงยังต้องไพเราะ และจดจำบทร้องของตนให้ได้อย่างแม่นยำด้วยทั้งนี้ใน พ.ศ.2434 เจ้าพระยาเทเวศร ฯ ท่านไปยุโรป ไปดูโอเปร่าของฝรั่งเข้า จึงกลับมาทูลเชิญ ชวนให้สมเด็จ ฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศ ฯ คิดอ่านทำละครอย่างโอเปร่าของฝรั่ง
ขอให้สมเด็จ ฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศ ฯ ทรงคิดบทและจัดกระบวนลำนำที่ละครจะขับร้อง
ให้ละครผู้หญิงของเจ้าพระยาเทเวศร ฯ เล่น เจ้าพระยาเทเวศร ฯ จึงสร้างโรงละครขึ้นดังกล่าว ละครดึกดำบรรพ์ ของเจ้าพระยาเทเวศร ฯ เล่น เป็นครั้งแรกให้แขกเมืองชมเมื่อ พ.ศ.2442
แต่นั้นมาในการรับแขกเมืองสูงศักดิ์ ก็โปรดให้ไปดูละครแทนการจัดคอนเสิร์ตรับอย่างแต่ก่อน
ส่วนเวลาปกติเจ้าพระยาเทเวศร ฯ ก็ให้เล่นให้คนทั่วไปดู เช่น ละครโรงอื่น ๆ

โรงละครดึกดำบรรพ์ เปิดแสดงอยู่ 8 เรื่อง คือ

1. เรื่องสังข์ทอง ตั้งแต่ทิ้งพวงมาลัย จนจบตีคลี

2. เรื่องคาวี ตั้งแต่เฒ่าทัศประสาทเผาพระขรรค์ จนนางคันธมาลีหึง

3. เรื่องอิเหนา ตอนตัดดอกไม้ (ปาหนัน) ฉายกริช ตอนนางบุษบาไหว้พระ จนถึงรำบวงสรวง

4. เรื่องสังข์ศิลป์ชัยภาคต้น ตั้งแต่หกกุมารลวงสังข์ศิลป์ชัยไปผลักตกเหว
นางเกสรสุมณฑากับนางสุพรรณ เที่ยวตามหา

5. เรื่องสังข์ศิลป์ชัยภาคปลาย ตั้งแต่หกกุมารหลอกลวงท้าวเสนากุฎ จนกระทั่งจับโกหกหกกุมาร เทวดาช่วยสังข์ศิลป์ชัย และท้าวเสนากุฎรับนางปทุมาเข้าเมือง

6. เรื่องรามเกียรติ์ ตอนพระรามหึงนางสีดา

7. เรื่องอุณรุท ตอนพระจักรกฤษณ์ทรงครุฑ

8. เรื่องมณีพิชัย ตั้งแต่นางยอพระกลิ่น (พราหมณ์) ชุบชีวิตนางจันทร์
แล้วขอพระมณีพิชัยไปเป็นบ่าว จวบจนกระทั่งปี พ.ศ. 2452 เมื่อเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ เกิดอาการเจ็บป่วย และได้ถวายบังคมลาออกจากราชการ พร้อมกับปิดโรงละครดึกดำบรรพ์ดังกล่าว

กล่าวโดยสรุปดังนี้  ละครรำ เป็นศิลปะการแสดงของไทย ที่ประกอบด้วยท่ารำ ดนตรีบรรเลง และบทขับร้องเพื่อดำเนินเรื่อง  ดึกดำบรรพ์ ตามพจนานุกรม จะแปลว่าลึกล้ำ แต่ ละครดึกดำบรรพ์ กลับเป็นการแสดงละครสมัยใหม่ (สมัยใหม่ เมื่อกว่าร้อยปีที่ผ่านมา) ต้นกำเนิดของ ละครดึกดำบรรพ์ นั้น แต่เดิมเป็นเพียงชื่อ โรงละครของเจ้าพระยาเทเวศรวงศวิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) ซึ่งสร้างขึ้นในบ้านของท่าน โดยประสงค์จะใช้คำว่า ‘ดึกดำบรรพ์’ เป็นชื่อคณะละครของท่าน และมิให้เรียกว่า ละครเจ้าพระยาเทเวศร์ อย่างที่นิยมกันในสมัยนั้น  ดังตัวอย่างเช่น

1. เรื่องสังข์ทอง ตั้งแต่ทิ้งพวงมาลัย จนจบตีคลี

2. เรื่องคาวี ตั้งแต่เฒ่าทัศประสาทเผาพระขรรค์ จนนางคันธมาลีหึง

3. เรื่องอิเหนา ตอนตัดดอกไม้ (ปาหนัน) ฉายกริช ตอนนางบุษบาไหว้พระ จนถึงรำบวงสร

4. เรื่องสังข์ศิลป์ชัย ภาคต้น ตั้งแต่หกกุมารลวงสังข์ศิลป์ชัยไปผลักตกเหว นางเกสรสุมณฑากับนางสุพรรณ เที่ยวตามหา

เรื่องน่าสนใจเพิ่มเติม