....Sponsored links....

Pronoun คือ  คำที่ใช้แทนคำนาม  ซึ่งคำนามนั้นอาจเป็น  ชื่อ  คน  สัตว์  สิ่งของ  สถานที่  เป็นต้น  ทั้งนี้เพื่อมิให้มีการใช้คำนามซ้ำซาก

Pronoun  มีหลายจำพวกด้วยกันคือ

(1) Personal pronoun (บุรุษสรรพนาม)  ได้แก่  คำสรรพนามที่ใช้กล่าวแทนตัวบุคคล  สัตว์

สิ่งของ  แบ่งตามลักษณะหน้าที่  ที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันได้  5  จำพวก  คือ

Subject

pronoun

Object

pronoun

Possessive

pronoun

Possessive

adjective

Reflexive

pronoun

I

We

You

They

He

She

It

One1

Ones

me

us

you

them

him

her

it

one

ones

mine

ours

yours

theirs

his

hers

its

one’s

ones’

my

our

your

their

his

her

its

one’s

ones’

myself

ourselves

yourself

yourselves

themselves

himself

herself

itself

oneself2

-

  1. Subject pronoun  คือ  คำสรรพนามที่ทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานของประโยคแบ่งเป็น  3  พวกคือ

1.  สรรพนามบุรุษที่  1  คือ  ผู้พูด  ได้แก่  I ,  We

2.  สรรพนามบุรุษที่  2  คือ  ผู้ฟัง  ได้แก่  You

3.  สรรพนามบุรุษที่  3  คือ  ผู้ที่ถูกกล่าวถึง  ได้แก่  They ,  He , She , It , One , Ones

“We”  ยังใช้นำหน้าคำนามได้  (Predicate pronoun)  แต่ต้องทำหน้าที่เป็นประธานเท่านั้น  เช่น

We girls are  good  students.

We boys study  English.

We guys play  football.

Person Singular Plural
1 I We I am a student.  We are students.
2 You You are a student. You are students.
3 He

She

It

They He is a student.

She is a student.  They are students.

It is a student.

1 One  แปลว่า  คนเรา

2 Oneself  แปลว่า  ตนเอง  เช่น  by  oneself  หมายถึง  ตามลำพัง

  1. Object pronoun  คือ  คำสรรพนามที่ใช้ในตำแหน่งกรรมของประโยค
Person Singular Plural
1 me us You love me. You love us.
2 You We like you.
3 him

her

it

them They saw him.

They saw her. We saw them.

They saw it.

นิยมใช้คำสรรพนามที่เป็นรูปกรรม  หลัง  Verb to be  ในภาษาพูด  แต่ในภาษาเขียนต้องใช้  Subject pronoun  ดังตัวอย่าง

Speaking Language (ภาษาพูด) Writing Language (ภาษาเขียน)
Who is that ? It is . me. It is I.
That is me. That is I.
Who is that ? It is her. It is she.
This is her. This is she.

จากตัวอย่างดังกล่าว  I , She  เป็น  Subject pronoun  ที่ทำหน้าที่  Predicate pronoun  ของ  Verb to be  ใช้ขยายประธานโดยอยู่ในภาคแสดงคือ Verb to be  ซึ่งหมายถึงบุคคลเดียวกับประธาน

การใช้สรรพนามรูปประธาน  หรือรูปกรรมหลัง  Verb to be  ให้สังเกตที่ความหมายหรือใจความของประโยคเป็นสำคัญกล่าวคือ

  1. ให้ใช้รูปประธาน  ถ้าเป็นผู้กระทำในประโยคหรือข้อความที่ตามมา  เช่น

It was I who ran away from home.

It is she who can play tennis very well.

That is he with the poodle.

  1. ใช้เป็นรูปกรรม  ถ้าเป็นผู้ถูกกระทำโดยกริยาในประโยค  หรือข้อความที่ตามมา  เช่น

It is me whom (who) they blamed badly.

That is her who (who) the boy fell in love deeply.

“us”  ใช้นำหน้าคำนามได้เช่นเดียวกับ  “We”  แต่จะต้องทำหน้าที่กรรมในประโยค  เช่น

Janet smiles to us girl. (us  หมายถึง  girl)

Mother drove us boys to the beach. (us  หมายถึง  boys)

Object pronoun  ใช้เป็นกรรมของบุรพบท  (Objective of preprosition)  เช่น

Everybody but me help the baby.

Everything goes wrong for me.

Go with him.

  1. Possessive pronoun  คือ  คำสรรพนามที่แสดงความเป็นเจ้าของ  สามารถใช้ได้ทั้งในตำแหน่ง

ประธาน  และกรรมของประโยค  ซึ่งจะใช้เดี่ยว ๆ  ไม่นำไปขยายคำนาม  หรือขยายคำอื่น ๆ  เช่น

Person Singular Plural
1 mine ours That book is mine. (It is white)
2 Yours Mine is white.
3 his

hers

its

theirs The child is hers. (He is naughty)

Hers is naughty.

The bags are yours. (They are beautiful.)

Yours are beautiful.

ถ้าใช้ในตำแหน่งประธานจะกล่าวขึ้นมาลอย ๆ  ไม่ได้  จะใช้แทนสิ่งที่กล่าวถึงแล้ว  และละไว้เป็นที่เข้าใจกันระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังว่าสิ่งที่กล่าวถึงนั้นหมายถึงอะไร

  1. Possessive adjective  คือ  คำสรรพนามที่แสดงความเป็นเจ้าของ  และทำหน้าที่ขยายคำนาม

เช่น

Person Singular Plural
1 my our That is my book.
2 Yours This is our room.
3 his

her

it

their Those are your pens.

His bag is new.

Their work made them happy.

  1. Reflexive pronoun  คือ  คำสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมในประโยค  แต่กรรมนี้เป็นบุคคล

คนเดียวกันกับประธานของประโยคนั่นเอง  ทั้งนี้เพื่อเป็นการเน้นให้เห็นว่าประธานเป็นผู้ถูกกระทำโดยกริยานั้น ๆ  หรือประธานเป็นผู้กระทำกริยานั้น ๆ  ด้วยตนเอง  ซึ่งอาจจะทำเพื่อตนเองหรือเพื่อใครก็ได้

Person Singular Plural
1 myself ourselves
2 yourself yourselves
3 himself

herself

itself

themselves

Reflexive pronoun  อาจวางไว้ในตำแหน่งกรรม  (หลังกริยาหลัก)  เน้นให้เห็นว่าประธานเป็นผู้กระทำกริยานั้น ๆ  และประธานเป็นผู้ได้รับผลการกระทำนั้นนั่นเอง  เช่น

Somsri cut herself.

He looks at himself in the mirror.

They blamed themselves seriously.

We love ourselves.

Reflexive pronoun  อาจวางไว้หลังกรรม หรือ  หลังประธาน  เพื่อเน้นให้เห็นว่า  ประธานเป็นผู้กระทำด้วยตนเอง  แต่อาจจะทำเพื่อใครก็ได้  เช่น

I bought a car myself.

I myself bought a car.

You made a mistake yourself.

You yourself made a mistake.

Reflexive pronoun  ใช้เป็น  Indirect object  ได้โดยใช้ในรูปประโยคกริยาจำพวก give (V. –g.)  จะให้ความหมาย “ทำอะไร…ให้  หรือ  เพื่อตัวเอง”  หรือ  อาจใช้รูปประโยคเดียวกันให้อยู่ในรูปของบุรพบทวลีที่มี  for  นำหน้า  (for + Indirect object)  เช่น

He bought himself a present.          He bought a present for himself.

She found herself a job.          She found a job for herself.

We built ourselves the house. We built the house for ourselves.

They cook themselves dinner.        They cook dinner for themselves.

“By oneself”  โดยลำพังคนเดียว  (alone)  เช่น

She lives by herself.

We work by ourselves.

I stayed at home by myself.

They do everything by themselves.

(2) Demonstrative pronoun คือ  คำสรรพนามที่กล่าวระบุเจาะจง  ได้แก่

Singular              Plural

This               These

That               Those

This  (นี ,  นี้)

These  (เหล่านี้)

That  (นั่น ,  นั้น)

Those  (เหล่านั้น)

This  ,  These  ใช้แทน  บุคคล  หรือ  สิ่งที่อยู่ใกล้ตัว

That  ,  Those  ใช้แทน  บุคคล  หรือ  สิ่งที่อยู่ไกลออกไป  และสามารถชี้ได้

This is a book.                         These are books.

This book is mine.                   These books are mine.

That is a boy.                          Those are boys.

That boy walks to school.                Those boys walk to school.

We like this girl.                       We like these girls.

This girl is nice.                       These girls are nice.

(3) Relative pronoun คือ  คำสรรพนามที่นำหน้าที่เชื่อมประโยค  2  ประโยคเข้าด้วยกัน ได้แก่

Who  (ผู้ที่  ,  ผู้ซึ่ง)  ใช้แทนบุคคลทั้งที่มีความหมายเป็นเอกพจน์  หรือ  พหูพจน์  ทำหน้าที่เป็นประธาน  เช่น

Wipa is a woman who is the most beautiful.

She is the girl who loves you.

I saw my teacher who taught me last year.

Whom  (ผู้ซึ่ง , ที่ , ซึ่ง)  ใช้แทนบุคล  ทำหน้าที่เป็นกรรม  เช่น

He is the old man whom we admired.

Mana is a good student whom everyone like.

You are a good teacher whom they love.

Whose  (ของผู้ซึ่ง)  เป็นคำสรรพนามที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ  เช่น

This is a man whose daughter is very beautiful.

Nittaya is a wife whose husband is afraid.

That is a boy whose father is a doctor.

We know the girl whose sister won the first prize.

Where  (สถานที่ซึ่ง)  ใช้กับสถานที่  เช่น

Sukhothai is the province where I was born.

We know the town where Yuphin has lived.

Bangkok is the city where rich people live as a heaven.

Which  (ที่ , ซึ่ง , อัน)  ใช้กับสิ่งของ , สัตว์  เป็นได้ทั้งประธาน  และกรรม  แทนได้ทั้งนามเอกพจน์และพหูพจน์  เช่น

A pen which is on the chair is mine.

Tom gave me a pencil which he bought yesterday.

The villain rode a horse which he had stolen.

What  (ที่ , ซึ่ง , อัน)  ใช้กับสิ่งของ  หรือสัตว์  ทำหน้าที่เป็นประธาน  หรือกรรม  เช่น

I know what you said.

What happened is not true.

We don’t know what he told the girl.

They could understand what you meant.

When  (เวลาที่)  ใช้กับเวลา  เช่น

We know the time when he will leave.

Nobody knows the time when one dies.

Tomorrow is the time when I will leave you.

That  (ที่ , ซึ่ง , อัน)  ใช้กับบุคคล , สัตว์ , สิ่งของ , สถานที่  ทั้งเอกพจน์  และพหูพจน์  เช่น

I have a present that you must love.

We live in the house that your father built.

They know the woman that you saw yesterday.

การใช้  Relative pronoun  ให้สังเกตดังนี้

  1. ต้องมีความสอดคล้องกัน  เช่นคำนามที่ใช้คำสรรพนามแทนนั้น  เป็นเอกพจน์

หรือพหูพจน์

  1. That  เป็น  Relative pronoun  ที่ใช้แทน  What , When , Where , Who ,

Who , Which  ได้

  1. Relative pronoun  บางคำสามารถลดรูปได้  เช่น

that

She has lost the ring                   you gave her yesterday.

which

= She has lost the ring you gave her yesterday.

(4) Infinitive pronoun คือ  สรรพนามที่ไม่ระบุแน่นอน  ซึ่งอาจใช้แทนบุคคล  สัตว์  สิ่งของ

และ  สถานที่  มีความหมายทั้งที่เป็นเอกพจน์  และพหูพจน์  เช่น

some                       any          nobody    one          many

someone         anyone            everyone ones                all

somebody                anybody  everybody       none

something                anything  everything       others

somewhere              anywhere everywhere      few

There are trees.  Some are cut.

I have much paper. Some is torn.

There are two books on the desk. One is mine.

Somebody sits in the sun.

Nobody is here.

There are ten people. Six of them speak English. Ones speak Thai.

(5) Distributive pronoun คือ  สรรพนามที่ใช้แทนนาม  เพื่อเน้นหรือย้ำการแบ่งแยก

การจำแนกออกเป็น  สิ่งหนึ่ง  คนหนึ่ง  ตัวหนึ่ง  ครั้งหนึ่ง  หรือกลุ่มหนึ่ง  ซึ่งถือว่ามีความหมายเป็นเอกพจน์  ได้แก่

each   (แต่ละ)  ,  either       (คนใดคนหนึ่ง ,  สิ่งใดสิ่งหนึ่ง)

neither (ไม่ใช่, ไม่เหมือนกัน, ไม่ทั้ง…) ,      ever     … (ทุก ๆ)

Every girl eats her food.

Every boy could do his homework.

Either of you has to go home.

Neither of the students tells a lie.

(6) Interrogative pronoun (ปฤจฉาสรรพนาม)  คือ  สรรพนามที่ใช้แทนคำนามสำหรับคำถาม

และต้องไม่ใช้นามตามหลัง  ได้แก่  What , Who , Whose , Which , Whom  ซึ่งมีรูปเหมือน  Relative pronoun  แต่ทำหน้าที่แตกต่างกัน  กล่าวคือ

Who , Whom , Whose ใช้กับบุคคล  เช่น

Who came here last night ?

Whom (Who) do you love ?

Whose is this book ?

Which                 ใช้ได้ทั้งบุคคล  และสิ่งของ  ใช้เกี่ยวกับการเลือกเอาอย่างใด

อย่างหนึ่ง  เช่น

Which is your book ?

Which of the picture did you draw ?

Which will read ?

Which do you want ?

What                    ใช้กับสิ่งของ , สัตว์ , บุคคล (ชื่อ , อาชีพ) , อากาศ

What is the weather like ?

What does your father do ?

What do you want ?

What is his name ?

ถ้ามีนามตามหลัง  ถือว่าทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์  (Interrogative adjective)  เช่น

What colour do you like ?

Which boy do you want to meet ?

Whose pen is  that ?

What time is it now ?

What class are you in ?

Whose house is near yours ?

เรียบเรียงโดย อ.กษิรา เดโชพุทธิโภคิน (โรงเรียนอุดมดรุณี จ.สุโขทัย)

เรื่องน่าสนใจเพิ่มเติม